Chapter Text
Mizuchi (蛟) เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทมังกร หรือ งูน้ำ ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานของญี่ปุ่นสามารถพบได้ตามแหล่งน้ำหรือสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำ บ้างบอกว่ามิซึจิเป็นเทพแห่งน้ำที่กล่าวถึงใน Nihon Shoki (日本書紀) –พงศาวดาร/บันทึกประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น– และในบทกวีMan'yōshū (万葉集) –บทกวีเก่าแก่ของญี่ปุ่น– นอกจากนี้ยังมีบันทึกกล่าวถึงการเสียสละของมนุษย์ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องบูชาแด่มิซึจิที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำอีกด้วย
“ตัวกาลกิณี” เป็นคำที่คนในหมู่บ้านแห่งนี้เรียกนาง
สีผมผิดแผกแปลกแยก ดวงตาแดงดั่งโลหิต ผิวพรรณซีดขาวดุจซากศพ มักเป็นคำบรรยายรูปลักษณ์ของนาง ทุกคนต่างชี้นิ้วและบอกว่านางจะนำพาหายนะมาเยือนหมู่บ้าน นางไม่เคยโต้แย้ง บางครั้งนางเชื่อในคำพูดนั้นเช่นกัน
สตรีผู้ให้กำเนิดนางเป็นนางบำเรอผู้เลื่องชื่อในเมืองใหญ่ ทว่าโออิรันผู้งามสง่าไม่ใช่แม่ในแบบที่นางรู้จัก นางไม่ได้เกิดที่หอคณิกา สิ่งที่นางจำได้เกี่ยวกับมารดาคือกลิ่นสุรา คำสาปแช่ง แรงฝ่ามือ และเรื่องเล่าความเป็นมาของตัวนาง
นางคือสิ่งน่ารังเกียจที่ชายชั่วช้าซึ่งบุกมาชำเราสตรีไร้ทางสู้ทิ้งเอาไว้ เพราะการย่ำยีอย่างทารุณจนเกือบไม่รอดชีวิตทำให้ร่างกายของหญิงงามกลายเป็นของไร้ราคา ชีวิตของแม่นางตกต่ำจนต้องเปลี่ยนวิธีหากินเป็นการขายตัวในซ่องเล็ก ๆ ของย่านสลัม มันเป็นสถานที่ที่นางลืมตาดูโลก
“ดวงตาชั่วร้ายเหมือนเจ้าชาติชั่วไม่มีผิด” เป็นประโยคที่นางได้ยินบ่อยครั้ง
นางนิ่งฟังโดยไม่ตอบโต้ การตอบโต้นำมาซึ่งความเจ็บปวด นางเรียนรู้มันจากประสบการณ์
เพี๊ยะ!
“ไสหัวไป!”
นางยังเรียนรู้อีกว่าในบางครานางต้องเจอกับความเจ็บปวดแม้จะไม่ได้ตอบโต้อะไร นางกุมใบหน้าเจ็บแสบด้วยมือผอมแห้งและเดินออกจากห้องรูหนูโดยไม่พูดอะไร
นางไม่มีที่ไป นางจึงต้องทนกับความรุนแรงเพื่อแลกอาหารและที่ซุกหัวนอน ในที่ที่นางอยู่การเจอกับเด็กเร่ร่อนล้มตายเพราะความหนาวหรือความหิวโหยเป็นเรื่องปกติและนางไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น
นางใช้ชีวิตเช่นนั้นจนเข้าวัยแรกรุ่น
“ได้เวลาที่เจ้าเป็นคนทำเงินบ้างแล้ว” มันเป็นครั้งแรกที่แม่ยิ้มให้นาง และนางรู้สึกหวาดกลัว
แม่ให้นางตามรับใช้นางบำเรอในซ่องแลกรายได้มาตลอด นางทำตามโดยไม่ปริปากแม้ว่าเงินตราเหล่านั้นจะนำมาเติมเต็มปากท้องของนางแค่เพียงเสี้ยวเดียว แต่นางรู้ว่า ‘การทำเงิน’ ในครั้งนี้หมายถึงอะไร
นางมองชายสองคนที่แม่พามาด้วย การรับแขกมากกว่าหนึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ นางเคยเห็นแม่และหญิงคนอื่นในซ่องทำมาก่อน ทว่าครั้งนี้ดวงตาของชายหนึ่งในนั้นไม่ได้จับจ้องไปที่แม่แต่มองมาที่นาง
แม่พยายามเสนอขายนางมาหลายครั้งแล้ว แต่เมื่อเทียบกับสตรีคนอื่น ๆ เรือนร่างของนางไม่ใช่สิ่งที่บุรุษจะหยุดชายตา เยาว์เกินไป ผอมเกินไป น่ากลัวเกินไป แขกมักจะกล่าวเช่นนี้ ทุกคำปฏิเสธนำมาซึ่งรอยช้ำใหม่บนร่างกาย แต่นางหวังได้ยินมันทุกครั้ง มักจะเป็นสถานการณ์เช่นนี้ที่ทำให้นางดีใจกับการเกิดมาด้วยรูปลักษณ์ที่ทำให้ไม่เป็นที่ต้องการ
นางคงฝันเกินไปว่ามันจะช่วยนางไว้ได้ตลอด
“บุรุษท่านนี้ยินดีซื้อเจ้า ดีใจด้วยนะ ขอให้สนุกกับชีวิตใหม่”
นางรู้สึกตัวเองหน้าซีดเผือด ไม่ใช่หนึ่งราตรีที่นางต้องทนแต่เป็นชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ เสียงหัวเราะของแม่นางบาดลึก นางกัดฟันกลั้นสะอื้นและมองชายแปลกหน้าที่ซื้อตัวนางอย่างละเอียด นางต้องรู้ชีวิตตกอยู่ในกำมือของคนแบบใด
“แม้แต่สัตว์เดรัจฉานยังหวงแหนลูกของมัน แต่มนุษย์หน้าโง่กลับขายเชื้อสายตัวเองแลกเงินจำนวนน้อยนิดงั้นรึ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก”
“ว่าไงน–”
ฉัวะ
เลือดสีแดงฉานพร่างพรายดุจดังสายฝน นางนิ่งมองร่างไร้ศีรษะของผู้หญิงคนเดียวที่นางรู้จักล้มลง ชายขี้เมาที่เคยกอดจูบล้วงหน้าอกร่างซึ่งบัดนี้กองอยู่กับพื้นแหกปากร้องตะโกนด้วยความสยดสยองและวิ่งหนีไป ทิ้งนางซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไว้กับฆาตกรผู้ลงมืออย่างเหี้ยมโหดเพียงลำพัง
นางหลุบตามองศีรษะของแม่ที่กลิ้งมาแทบเท้าแล้วเงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ชายผู้ลงมือ ร่างของเขาอาบด้วยโลหิตเช่นเดียวกับร่างของนาง
นางโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อมด้วยความขอบคุณ
อุซึโร่ เป็นนามของชายที่พานางออกมาจากซ่อง เขาใช้งานนางเยี่ยงทาส แบกของ แล่เนื้อ ตัดฟืน ก่อไฟ ทำอาหาร แต่เขาไม่เคยใช้นางเป็นเครื่องมือรองรับอารมณ์ ไม่ว่าจะในรูปแบบใด ที่จริงแล้วนางไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขามีอารมณ์ตัณหาบ้างหรือไม่ เขาต่างจากชายที่นางเคยเจอ ไม่มั่วสุมเสพสุราหรือเสาะหาอิสตรีมาร่วมเตียง สิ่งเดียวที่นางเห็นว่าอุซึโร่สนใจคือการฆ่าฟัน
การล่าสัตว์เป็นอย่างเดียวที่เขากระตือรือร้นลงมือทำ ในบางครั้งเวลาเดินทางเข้าเมืองนางจะเห็นคราบเลือดเปื้อนเสื้อผ้าของอุซึโร่ตอนซัก นางไม่เคยปริปากถามหรือแจ้งเรื่องนี้กับใคร รูปลักษณ์แปลกประหลาดทำให้ทุกคนต่างมองนางด้วยสีหน้าไม่อยากเข้าใกล้ ผิดกับสายตาไม่แยแสของอุซึโร่ มันคือเหตุผลที่นางติดตามเขาต่อไป
หลังรอนแรมอยู่หลายเดือนนางสรุปได้ว่าอุซึโร่กำลังเดินทางขึ้นเหนือ อากาศหนาวเย็นทำให้มือของนางชาแข็ง เท้าของนางแช่หิมะนานจนไร้ความรู้สึก นางทำงานผิดพลาดและทำให้การเดินทางช้าลง สายตาเฉยชาของอุซึโร่ปรากฏความไม่พอใจบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ
นางสงสัยว่าอุซึโร่เก็บตัวถ่วงอย่างนางไว้ด้วยเหตุผลอะไร
โชโย
เหตุผลที่อุซึโร่เก็บนางไว้คือโชโย สาเหตุของการดั้นด้นมาพานางมาจากซ่องเพราะโชโยพาดพิงถึงนาง โชโยเป็นน้องชายของอุซึโร่และเขาเคยทำหน้าที่จดบันทึกคำสารภาพของนักโทษประหารซึ่งถูกจับจากการข่มขืนภรรยาของซามูไรตระกูลใหญ่
‘โออิรันคนงามไม่เพียงทำให้ข้าขึ้นสวรรค์ แต่นางยังสืบทายาทให้กับข้า เสียดายข้าโดนจับได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นข้าคงได้ลิ้มลองว่าบุตรีที่ข้าร่วมสร้างจะเลิศรสเหมือนกับมารดาของนางหรือไม่’
ร่างของนางสั่นประหนึ่งลูกนกแรกเกิดยามอ่านคำกล่าวของบิดาจากบันทึก นางไม่เคยรู้ว่าชายคนนั้นรู้เรื่องการมีอยู่ของนาง ขอบคุณสวรรค์ที่ลิขิตให้เขารับโทษก่อนจะมีโอกาสสืบเจอนาง
นางเป็นหนี้บุญคุณโชโย ตอนเจอกับผู้มีพระคุณครั้งแรก นางตกตะลึงด้วยหลายเหตุผล
เหตุผลแรก หน้าของโชโยเหมือนกับอุซึโร่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าชายทั้งสองต่างกันราวทิวากับราตรี ดุจคิมหันต์กับเหมันต์ และดั่งเทพเซียนกับมารปีศาจ
“เจ้าชื่ออะไร”
เหตุผลที่สองคือเขาพูดกับนางในแบบไม่มีใครพูด ส่งยิ้มให้นางแบบที่นางไม่เคยได้รับ
“ข้าไม่มีชื่อ” เด็กสาวในตอนนั้นกระซิบแผ่ว
“เช่นนั้นต่อไปนี้ ข้าจะเรียกเจ้าว่า กินโกะ”
เหตุผลที่สาม เขามอบชื่อให้กับนาง
กินโกะ
ชื่อของนางคือกินโกะ สองปีหลังจากได้รับการขนานนาม ชื่อกินโกะได้ตายไปพร้อมกับการจากไปของโชโยด้วยโรคที่หมอมิอาจวินิจฉัย โชโยผู้ใจดีและอ่อนโยน ชายคนเดียวที่นางรักและเคารพดุจดั่งบิดา นางรู้สึกว่าส่วนหนึ่งในตัวนางตายไปพร้อมกับเขา
หลังพิธีศพอุซึโร่ออกเดินทางจากหมู่บ้านไปโดยไร้คำกล่าวลา หัวใจนางแตกสลายเพราะความเศร้าโศกเป็นครั้งที่สอง สำหรับนางอุซึโร่เป็นบุคคลที่ใกล้เคียงกับคำว่าครอบครัวรองจากโชโย นางยินดีร่วมเดินทางกับเขาอีกครั้งในฐานะข้ารับใช้ แต่สำหรับเขานางเป็นแค่มนุษย์ไร้ค่าซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ
นางใช้ชีวิตหลังจากนั้นอย่างไร้จุดหมายและล่องลอย ชาวบ้านมองนางอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ ชี้นิ้วตำหนินางว่าเป็นเหตุของเภทภัย ฤดูแล้งในหน้าร้อน น้ำท่วมในหน้าฝน และพายุหิมะในหน้าหนาว เป็นเช่นนี้เรื่อยไปปีแล้วปีเล่าจนนางเริ่มเชื่อในคำกล่าวหาเหล่านั้น
นางเมินเฉยคำขับไล่อย่างไร้ยางอาย นางไม่มีเงินจัดเตรียมของจำเป็น ทั้งยังไม่แข็งแรงพอจะเอาชนะโจรป่าเหมือนอุซึโร่ อีกอย่างบ้านของโชโยเป็นบ้านหลังเดียวที่นางรู้จัก นางตัดสินใจจะตายที่นี่ ในหมู่บ้านที่เขาสิ้นลม
หากกล่าวว่านางอยู่อย่างเฝ้ารอความตายคงมิผิด ตอนคนในหมู่บ้านพูดเรื่องส่งสาวบริสุทธิ์เป็นบรรณาการแก่มิซึจิ–พิธีซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 50 ปีเพื่อบูชาและขอพรต่อมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่าอาศัยอยู่ในทะเลสาบใหญ่ประจำหมู่บ้าน–นางรู้ทันทีว่าพวกเขาต้องการให้นางไป
นางฟังชาวบ้านเสแสร้งทำทีเป็นหนักใจว่าจะเลือกใครอย่างไม่ยินดียินร้าย นางสงสัยนักว่าพวกเขาจะพูดอย่างไรให้การส่ง ‘ตัวกาลกิณี’ ให้ผู้ปกปักรักษาเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ละครฉากใหญ่ มติเอกฉันท์ และข้อสรุปว่ากินโกะจะเป็นเจ้าสาวของมังกรคนต่อไป
ช่างน่าขัน นางไม่ยักรู้ว่าพวกเขาจำชื่อนางได้
พิธีวิวาห์จัดขึ้นในวันที่ 10 เดือน 10 ตรงกับวันเกิดครบรอบ 16 ปี ของนางพอดี
ในแง่หนึ่ง นางมองว่าตัวเองโชคดี ตัวกาลกิณีที่ไม่มีใครต้องการกลับได้รับการรุมล้อมดูแลเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายของนางถูกขัดสีฉวีวรรณและตกแต่งด้วยอาภรณ์พร้อมเครื่องประดับเลอค่า ของซึ่งมิเคยอาจเอื้อม ชาวบ้านร่วมแห่สรรเสริญงานแต่งงานที่นางไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสเข้าร่วม แซ่ซ้องยินดีถึงการตายของนาง
ใบหน้าผัดแป้งจนขาว คิ้วถูกเขียนให้โค้งดังคันศร ริมฝีปากทาสีชาด ผมหยักศกสั้นชี้ประดับประดาด้วยคันซาชิ [1] แต่งองค์ชิโระมุคุ [2] ครบชุด คาเคะชิตะ [3] สีขาวปลอดเนื้อดี คาดทับด้วยโอบิ [4] สีเดียวกัน อุจิคาเคะ [5] สีงาช้างปักลวดลายดอกบ๊วยด้วยไหมสีเงิน และรองเท้าโซริ [6] สีเดียวกัน
ตลอดชีวิตนางถูกรู้จักในฐานะหญิงต่ำต้อยเนื้อตัวมอมแมม บัดยามนี้นางได้แต่งตัวเยี่ยงสตรีสูงศักดิ์ผู้งดงาม นางมิอาจจินตนาการถึงการจากโลกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้ มันคงเป็นพรที่สวรรค์ประทานให้กับนางเป็นครั้งสุดท้าย
ดวงตาสีโลหิตของนางทอดมองจุดหมายยามก้าวเดินอย่างมั่นคงบนสะพานไม้ซึ่งถูกสร้างไว้ มันเป็นหนทางเดียวที่ชาวบ้านใช้หาปลา ทะเลสาบไร้นามอยู่เคียงคู่หมู่บ้านมานานแสนนานด้วยความลึกอันมิอาจหยั่งถึง เพียงมองลงไปในน้ำอันดำมืดยิ่งกว่าฟ้ายามราตรีกาล มนุษย์เดินดินย่อมรู้โดยสัญชาตญาณว่าจะพายเรือหาปลาเหมือนแหล่งน้ำอื่นไม่ได้
‘อย่าได้รุกล้ำอาณาเขตของมังกร’ เป็นคำสอนสืบทอดในทุกครอบครัวที่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้ และนางกำลังจะกระทำสิ่งขัดต่อคำเตือนนั้น
เท้าของนางหยุดอยู่สุดขอบสะพาน จากนั้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี กินโกะกระโดดลงน้ำเพื่อสละชีพในฐานะเจ้าสาวผู้ถูกเซ่นสังเวย เพียงชั่วไม่กี่อึดใจร่างของนางได้จมหายไปจากผืนน้ำ
นางปล่อยให้ร่างของตัวเองดำดิ่ง มิได้กระทำการเปล่าประโยชน์อย่างการดิ้นรน ต่อให้นางสามารถว่ายน้ำ–ซึ่งนางไม่–ชุดสวยงามที่นางสวมใส่เมื่ออมน้ำเข้าไปแล้วช่างถ่วงหนักเหมือนตรวนเหล็กของนักโทษ นางสงสัยว่าต่อให้ชายหาปลาผู้ว่ายน้ำเก่งที่สุดในหมู่บ้านก็มิอาจเอาตัวรอดได้หากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนาง
อีกอย่างนางไม่ได้คิดอาลัยอาวรณ์โลกนี้เรื่องน่าเสียดายอย่างเดียวที่นางคิดคืออุซึโร่ไม่ได้เข้าร่วมในพิธีมงคลนี้ นางอยากให้เขาเห็นนางดลายเป็นสาวเต็มตัวในฐานะคนในครอบครัว ช่างเถอะ อย่างน้อยนางหวังว่าวิญญาณของโชโยจะร่วมเป็นสักขีพยาน
มันไม่ใช่การจากไปอย่างไม่เจ็บปวด น้ำเย็นเฉียบทิ่มแทงเนื้อหนังมังสาของนางดุจเข็มอันแหลมคม ลมหายใจที่ถูกช่วงชิงด้วยมวลน้ำมหาศาลทำให้นางรู้สึกทรมาน และความมืดซึ่งห้อมล้อมรอบกายทำให้นางโดดเดี่ยวเหลือคณา สีดำที่นางเห็นนั้นคือผืนน้ำหรือเกิดจากสติซึ่งใกล้ขาดหาย นางมิอาจทราบ
นางเห็นหินก้อนใหญ่เปล่งประกายสีเขียวก่อนสติของนางขาดสะบั้น และนางไม่รับรู้อะไรอีกเลย
อะไรบางอย่างกดทับหน้าอกนาง แรงกดนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจากความไม่สบายตัวเพียงเล็กน้อยไต่ระดับความอึดอัดจนถึงขนาดกระดูกใกล้จะหัก นางลืมตาโพลงพร้อมความรู้สึกของมวลน้ำทะลักทลายจากด้านใน สัญชาตญาณสั่งให้นางลุกแต่อะไร ไม่สิ ใครบางคนกดร่างของนางเอาไว้
นางสำลักน้ำที่กลืนเข้าไปทั้ง ๆ แบบนั้น ระหว่างนั้นนางรับรู้รายละเอียดหลายอย่าง เสียงไอโขลกดังก้องสะท้อน อากาศที่นางหายใจได้ และตัวตนของบุคคลอื่น แม้นางจะยอมรับชะตากรรมของตัวเองแต่นางก็อดรู้สึกตระหนกไม่ได้
“รู้สึกตัวได้สักที เจ้าทำให้ข้ารอจนเบื่อแล้ว”
เสียงก้องกังวานแหบห้าวบ่งบอกความเป็นชาย สอดคล้องกับฝ่ามือใหญ่ซึ่งวางอยู่บนเนินอก หัวใจของนางเต้นระทึก
“เหตุใดจึงตัวสั่นเช่นนั้นเล่า เจ้ามาเพื่อสืบทายาทกับข้าไม่ใช่รึ”
น้ำเสียงนั้นแฝงแววขบขัน สายตาของนางยังพร่าเลือนจากการฟื้นคืนจากความตายจนเห็นผู้พูดเป็นเพียงเงาดำ นางปิดตาแน่นเมื่อรู้สึกว่ามือของชายแปลกหน้าขยับสาบเสื้อของนาง
“ยะ อย่า–” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและร่างที่สั่นระริก
“ที่แท้เจ้าสามารถพูดได้ ข้าหลงคิดว่าคราวนี้จะได้เจ้าสาวใบ้เสียแล้ว”
เขาผละมือออกจากอกของนางและเอื้อมมาแตะใบหน้า นิ้วมือของเขาอ่อนนุ่มต่างจากสัมผัสหยาบกร้านของชายที่นางเคยพบเจอ แม้แต่มือของโชโยยังด้างแข็งจากการจับพู่กัน สัมผัสแข็ง ๆ ของอะไรบางอย่างเฉี่ยวแก้มของนาง
“ข้าชอบผมของเจ้า” ชายแปลกหน้ากล่าวในสิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงจนเผลอลืมตาขึ้นอีกครั้ง และนางเห็นในสิ่งที่ทำให้ลืมการหายใจ
โครงหน้าโค้งเหมือนรูปวาดสมบูรณ์แบบ เส้นเกศาสีน้ำหมึกเป็นสละสลวย เนตรทั้งสองมีสีเขียวดุจใบไม้แตกหน่อในฤดูใบไม้ผลิ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากติดซีดเล็กน้อยแต่ความแวววาวทำให้ดูมีสุขภาพดี ผิวของขาวเช่นไข่มุกส่องประกาย
มิเพียงมีหน้าตางดงามเหนือมนุษย์ เขายังมีสิ่งที่บ่งบอกว่าไม่ใช่คนธรรมดา ใบหูของเขามิได้โค้งมนหากมีลักษณะคล้ายครีบของปลาสวยงาม แก้มและผิวพรรณบางส่วนปกคลุมด้วยเกล็ดเล็ก ๆ ที่กลมกลืนไปกับเนื้อ
เกล็ดมังกร
ความงดงามของก่อให้เกิดความรู้สึกอยากสัมผัสขึ้นมา และนางเผลอยื่นมือออกไปก่อนจะทันได้คิด
“เห็นตัวสั่นอยู่เมื่อครู่แท้ ๆ ไม่ทันไรคิดจับต้องข้าโดยไม่ขออนุญาตเสียแล้ว เจ้าเป็นมนุษย์ที่ขลาดเขลาหรือใจกล้ากันแน่”
ถ้อยคำทำให้นางนึกสะดุ้งอยู่ในใจ หากในเมื่อริมฝีปากเขายังประดับรอยยิ้มและไม่มีท่าทีจะลงโทษ นางตัดสินใจยอมแพ้ให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง
เกล็ดสีเขียวอมน้ำเงินตรงโหนกแก้มแข็งและเป็นมันลื่นแต่ไม่ได้มีเมือกแบบเดียวกับปลาที่นางเคยจับแล่ ถ้าให้เทียบกับอะไรสักอย่างนางคงบอกว่าใกล้เคียงกับเปลือกหอยเล็ก ๆ ซึ่งเรียงตัวต่อกัน
นางเปลี่ยนความสนใจไปยังครีบหู เนื้อบาง ๆ จนเกือบจะโปร่งแสงเชื่อมยึดด้วยโครงกระดูกอ่อน นางพยายามจับมันอย่างทะนุถนอม
“อย่าจับแรงล่ะ ถ้าเจ้าทำข้าเจ็บข้าจะหักนิ้วเจ้าเสีย”
รอยยิ้มฉีกกว้างเผยให้เห็นฟันเป็นซี่คมเหมือนฟันของสัตว์ล่าเนื้อ เขามองนางเหมือนสายตาของนักล่ากำลังมองชิ้นเนื้ออันโอชะ ดวงตาคู่คมเป็นประกายแวววาวเหมือนแก้วอัญมณีที่เห็นในเครื่องประดับ
นางดึงมือกลับมา
“เจ้าเลิกถ่วงเวลาแล้วอย่างนั้นรึ” สิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่เหนือกว่าถามเสียงระรื่น นิ้วมือซึ่งมีเล็บยาวแหลมพันเส้นผมนางเล่นไปมา
ร่างกายของเขาค่อนไปทางโปร่งบางมากกว่ากำยำล่ำสัน หากนางสัมผัสพลังอำนาจได้จากบรรยากาศและการวางตัวของเขา นางเชื่อว่าเขาสามารถปลิดชีพมนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างนางได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว
นางกลืนน้ำลายดังอึก แลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผาก ขยับตัวไปมาอยู่บนหินก้อนใหญ่ลักษณะคล้ายเตียง–ไม่ก็แท่นพิธี–และเอ่ยอย่างช้า ๆ
“ข้าไม่แน่ใจนักว่าท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใด ท่านมิซึจิ”
มังกรน้ำเปล่งเสียงหัวเราะเยาะหยัน ถึงเช่นนั้นนางอดคิดไม่ได้ว่ามันช่างเป็นเสียงรื่นหูดุจทำนองของดนตรี
“เจ้าแกล้งโง่อย่างนั้นรึ ข้าเพิ่งบอกหน้าที่ของเจ้าไปหยก ๆ”
สืบทายาท
ตอนถูกเลือกให้เป็นเจ้าสาวของมังกรนางนึกถึงสิ่งที่จะเกิด ถ้ามันเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เป็นความเท็จ ร่างของนางจะจมลงใต้ทะเลสาบและหลับใหลไปตลอดกาล
ถ้าเทพเจ้ามังกรมีจริง นางคิดว่าตนอาจจะถูกสังหารด้วยมือของตัวตนศักดิ์สิทธิ์นั้น หรือไม่ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือระบายกามารมณ์
ไม่ว่าทางเลือกใดนางล้วนเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางมิได้คาดคิด
“ข้าหมายถึง–ข้าไม่เคย–อีกทั้งท่าน…ท่านเป็นมังกร!”
ดวงหน้าของนางแดงซ่านขณะพยายามอธิบาย สายตาหลุบมองสะโพกของเขาซึ่งเกยหมิ่นอยู่บนหินยักษ์ก้อนเดียวกัน นางคลุกคลีกับสถานบริการทางเพศแต่เด็ก ถึงอย่างนั้นที่ผ่านมานางเป็นเพียงหินริมทางไม่ก็ไม้ประดับ นางไม่รู้แม้แต่วิธีปรนเปรอมนุษย์เพศชาย แล้วกับมิซึจิ–สิ่งมีชีวิตซึ่งมีท่อนล่างเป็นหางราวกับงูใหญ่–นางไม่รู้จะเริ่มพิธีกรรมนี้อย่างไร
“อย่าได้สนใจรายละเอียดปลีกย่อยเลย สิ่งที่เจ้าต้องทำคืออ้าขาให้ข้าก็พอ”
ความเป็นจริงกระแทกใส่อย่างจังยามได้ยินน้ำคำไม่ใส่ใจ ตอนท่านมิซึจิชมผมที่ใคร ๆ กล่าวว่าเป็นลางร้ายนางเผลอคาดหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง หวังว่านางจะได้รับความรักและชื่นชมกับเขาบ้าง แต่ถ้อยคำของมังกรน้ำสื่อชัดเจน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้มิใช่การร่วมรัก หากเป็นการสมสู่ด้วยเป้าหมายให้มีลูกมังกรรุ่นต่อไปเพียงเท่านั้น
สุดท้ายนางลงเอยด้วยชะตากรรมเช่นเดียวกับแม่และโสเภณีคนอื่น ๆ เป็นได้แค่สตรีที่บุรุษแวะมาตักตวงความสุขโดยไม่ได้ความรักกลับคืนมา
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะปฏิบัติตามที่ท่านว่า ได้โปรดอ่อนโยนกับข้าด้วย”
นางหลุบตาต่ำก้มหน้ารับชะตากรรม พึมพำถ้อยคำวิงวอนขอความเห็นใจเป็นครั้งสุดท้าย
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้ามีสิทธิ์ตัดสินใจ ร่างกายเจ้าถูกมอบให้ข้าแล้ว ข้าจะใช้มันอย่างไรล้วนสุดแล้วแต่ใจของข้า”
คำอ้อนวอนของนางถูกตัดรอนอย่างไม่ไยดี นางกล้ำกลืนความอัปยศอดสูและปิดปากเงียบ การทำให้เขารำคาญหรือมีอารมณ์โกรธรังแต่จะจุดประกายความรุนแรงซึ่งเป็นสิ่งที่นางต้องการหลีกเลี่ยง
ปอยผมสีเงินของนางถูกบิดเล่นพันเกี่ยวกับนิ้วมือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะผละออก นางสูดหายใจเมื่อเขาย้ายมือกลับไปจับสาบเสื้อของนางอีกครั้ง
ครานี้นางปล่อยให้เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าโดยมิขัดขืน แววตาของเขาเต้นระริกทุกครั้งที่นางขยับตัวหรือแสดงสีหน้าอย่างไม่สบายใจ นางคิดว่าเขากำลังเล่นสนุกด้วยการถอดอาภรณ์และเครื่องประดับบนตัวนางทีละชิ้น ทีละชิ้น อย่างไร้ความเร่งร้อน
ใจหนึ่งนางอยากยืดเวลาออกไปไม่ให้สิ่งที่กำลังจะตามมาเกิดขึ้น ในขณะที่อีกใจหนึ่งนางอยากให้เขาเร่งลงมือให้จบไปเสียแทนที่จะมาทรมานนางเยี่ยงนี้ ถึงกระนั้น นางยังคงเผลอหยุดหายใจยามเขากระชากชุดคาเคะชิตะเปิดออกเพื่อเผยร่างเนื้อเปลือยเปล่าของนาง ขนอ่อนของนางลุกชันทั่วร่างจากการต้องอากาศและจากสายตาอัดแน่นอารมณ์ตัณหาซึ่งจ้องมองลงมา
“อ๊ะ”
นางหลุดร้องเมื่อเขาใช้มือจับหน้าอกของนาง ก้อนเนื้อนุ่มสัมผัสมือของเขาโดยตรงเป็นครั้งแรก มือนั้นเย็นและมีผิวเรียบเนียนให้ความรู้สึกเหมือนสร้างมาจากมวลน้ำ
เขาขยำนมทั้งสองเต้าของนางอย่างช้า ๆ คล้ายกำลังผสมแป้งทำโมจิ นางคิดว่าเขาทำไปเพื่อเล่นสนุกมากกว่าเป็นการเล้าโลมให้กับนาง ถึงกระนั้นสัมผัสแปลกใหม่นั้นได้กระตุ้นอารมณ์ใคร่ทำให้นางครวญครางและเริ่มบิดตัวไปมาเพราะความวาบหวามที่แผ่กระจายไปทั่วร่างสร้างความร้อนผ่าวราวถูกอังด้วยไฟ
“ตอนนี้ตัวเจ้าแดงเป็นกุ้งเลยรู้รึไม่” เขาทับถมและหัวเราะเยาะความอับอายของนาง ปลายเล็บแข็งที่สะกิดยอดปทุมถันทำให้นางต้องสะดุ้งเฮือกจากความเสียวซ่านซึ่งแล่นปราดขึ้นมากะทันหัน
“ตอบสนองดีแบบนี้ข้าคงไม่ต้องห่วงเรื่องการให้นมบุตรกระมัง”
เขาเอ่ยถึงหัวนมเป็นไตแข็งของนางสร้างความเขินอายจนทนต่อไปไม่ไหว นางกอดอกพยายามปกปิดนมเนื้อทั้งสองของตัวเอง
“เจ้าจะอายไปไย ข้าเคยเห็นมาตั้งกี่เต้าเจ้าไม่รู้หรอก”
นางส่ายศีรษะก้มมุดหน้าจนชิดคอ ใจของนางเต้นระทึกอยู่ข้างในด้วยรู้ตัวดีว่าตนกำลังขัดคำสั่งของเจ้าชีวิต
นางหลับตาแน่นเตรียมรับบทลงโทษยามรู้สึกถึงปลายเล็บแหลมลากไล้ตามกรอบหน้า มิได้สร้างบาดแผลหากรู้สึกถึงการกดครูดที่แสบเล็กน้อย
มันหยุดลงที่ปลายคาง
“เช่นนั้นข้าถอดเป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่”
เขาถามพร้อมกับเชยคางนางให้เงยขึ้น นางลืมตาเพื่อมองหน้าเขาอย่างหวั่น ๆ
“ขยับมานี่สิ ข้าจะให้เกียรติเจ้าเป็นคนถอดเสื้อผ้าของข้าด้วยมือของเจ้าเอง”
เขาลุกยืนและเลื้อยตัวหันกลับมา ใบหน้างดงามประดับรอยยิ้มลึกลับคล้ายมีแผนการอะไรบางอย่างที่คิดไว้ กระนั้นนางก็ต้องทำตามอย่างไม่มีทางเลือก
นางผุดลุกและขยับไปนั่งเผชิญหน้ากับเขาตามคำสั่ง พยายามไม่สนใจว่าร่างกายของตนล่อนจ้อนเพียงใด
เขาอ้าแขนออกสองข้างทำท่าทางเป็นสัญญาณให้นางเริ่มลงมือถอดอาภรณ์ที่ยังอยู่ครบชุดของเขา นางเริ่มจากปลดอุจิคาเคะสีม่วงอ่อนจากไหล่กว้าง โอบิสีน้ำตาลเข้มปักด้วยด้ายทองเป็นลายคลื่นถูกถอดออกและปล่อยกองกับพื้นตามเป็นอย่างที่สอง
ยูคาตะสีครามตัวในคลายจากกันเมื่อไร้ผ้าคาด เผยให้เห็นแผ่นอกและลอนหน้าท้องที่ทำให้นางต้องกลืนน้ำลาย นางสบตาที่มีประกายขบขันนั้นอีกครั้งและถอดเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายของเขา
“งามสมบูรณ์แบบมากเจ้าค่ะ” นางเอ่ยชมรูปร่างที่ทำให้ลืมสิ้นทุกสิ่งไปชั่วขณะอย่างเผลอไผล
“หึ ช่างออเซาะ” เขาว่าพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก จากนั้นเขาได้ก้มลงมาประทับปิดริมฝีปากโดยไม่เปิดโอกาสให้นางตั้งสติตอบโต้
จุมพิตแรกในชีวิตของนางห่างไกลจากความนุ่มนวลและเต็มเป็นด้วยความรักใคร่อย่างที่เคยคิดวาดฝัน ริมฝีปากได้รูปจูบนางอย่างกระหาย ตักตวงสัมผัสอย่างไม่รู้จักจบสิ้นโดยไม่คำนึงว่านางต้องหายใจ
ลมหายใจของนางโดนช่วงชิง ริมฝีปากนางถูกขบเม้มด้วยริมฝีปากเย็น ๆ และฟันคม ๆ จนรู้สึกเจ็บ มือของเขาปัดป่ายสัมผัสร่างกายนางอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสานต่อกิจกรรมที่ถูกขัดจังหวะไปครั้งหนึ่ง
นางพยายามตอบรับเขาเท่าที่จะทำได้ เขายิ้ม–นางรู้สึกถึงมันมากกว่ามองเห็น–ให้กับการจูบของเด็กสาวไม่รู้ประสีประสา ใช้มือเอียงใบหน้านางให้ได้มุมเอียงสอดรับสัมผัสละโมบนั้นให้มากขึ้น
หูของนางอื้ออึงด้วยเสียงของการแลกน้ำลาย อกของนางกระเพื่อมขึ้น-ลงรุนแรง ลมหายใจติดขัดทำให้นางพยายามส่งเสียงทักท้วง มือซึ่งเลื่อนไปจับไหล่เขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่มิทราบเผลอจิกเล็บกับบ่าของเขาเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดจากการโดนพรากอากาศเป็นเวลานาน เขาใช้ลิ้นที่มีความหยาบคล้ายลิ้นแมวหยอกล้อกวาดสำรวจทั่วโพรงปากนางต่อไปอย่างไม่คิดสนใจ
รสจูบหนักหน่วงทำให้อารมณ์กระสันและอาการขาดอากาศตีกันจนนางสมองมึนตื้อ ร่างเริ่มอ่อนปวกเปียกจนเขาต้องโอบนางเพื่อจะตะโบมจูบต่อไป หลังผ่านเวลายาวนานดุจชั่วนิรันดร์เขาผละริมฝีปากออก นางรีบสูดลมหายใจเป็นการใหญ่ ยังไม่ทันหายหอบหายใจดีเขาก็ผลักนางลงให้นอนราบ สะโพกนางเกยขอบเตียงหมิ่นเหม่ส่วนขาห้อยตกกับพื้น
“อ้าขาให้ข้า” ผู้เป็นมังกรสั่งด้วยเสียงแหบพร่า นางรู้สึกบิดมวนในช่องท้องด้วยอารมณ์ใคร่ผสมปนความประหม่า
การขัดขืนนั้นเปล่าประโยชน์และรังแต่จะทำให้เจ็บตัวมากขึ้น แม่ของนางปลูกฝังมาเช่นนั้นนางทำตามคำสั่งเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ถูกฝึกจนเชื่อง ขยับอ้าขาออกอย่างเอียงอายให้มังกรน้ำเลื้อยแทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างหว่างขา
“กว้างกว่านี้” เขาสั่งอีกครั้ง นางเม้มริมฝีปากและทำตาม ขาของนางอ้ากางออกกว้างจนสุด ในสภาพนี้เขาจะเห็นเครื่องเพศซึ่งเริ่มชื้นแฉะด้วยสารคัดหลั่งของนางชัดเจนเต็มสองตา
“เจ้ากำลังจะเห็นในสิ่งที่สงสัย ดูให้ดีล่ะ”
ดวงตาสั่นไหวของนางมองตามการเคลื่อนไหวของเขา เขาเลื้อยแทรกชิดเข้ามาอีก ชิดเสียจนขาอ่อนของนางรู้สึกถึงการเสียดสีของเกล็ดมังกร และนางได้เห็น ตรงตำแหน่งต่ำลงมาในระนาบเดียวกับสะดือ เกล็ดบริเวณหนึ่งของเขาเริ่มขยับ มันเผยอออกและเผยอวัยวะที่ถูกซ่อนเอาไว้ อวัยวะสำคัญซึ่งจำเป็นต่อการดำเนินกิจกาม
องคชาต
ลักษณะของมันต่างจากอวัยวะเพศของมนุษย์ ท่อนลำเรียวยาวจนนางไม่คิดว่าจะสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของมนุษย์ได้ ส่วนปลายเป็นเดือยคล้ายแง่งสำหรับเกี่ยว มองในภาพรวมแล้วเหมือนลูกศร ที่สำคัญคือมันไม่ได้มีเพียงหนึ่งหากมีถึงสองอันซ้อนกันบนล่าง
เป็นที่แน่นอนแล้วว่าประสบการณ์ครั้งแรกของนางจะเจ็บปวดไม่น้อย
“ข้าไม่เคยเบื่อสีหน้าในช่วงเวลานี้ของพวกเจ้า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ หน้าของนางที่ซีดอยู่ก่อนเผือดขาวกว่าเดิมเมื่อเขาใช้สองมือดันต้นขาด้านในของนางให้แยกแหกกว้างกว่าเดิมจนช่องทางที่ไม่เคยมีสิ่งใดล่วงล้ำเผยออ้าพร้อมรับแก่นกายของมังกร
ร่างของนางสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อส่วนปลายขององคชาตคู่จ่อประชิดรูจีบ เขาคิดจะใส่มาพร้อมกัน นางตระหนักอย่างหวั่นผวา นางสั่นศีรษะไปมา พยายามสื่อความวิงวอนด้วยสายตาซึ่งรื้นด้วยน้ำ เขาฉีกยิ้มแหลมคมเหมือนฉลามแล้วเริ่มสอดใส่เข้ามา
“อ๊า!”
นางส่งเสียงร้องอย่างตกใจและเจ็บปวดให้กับการรุกล้ำของสองท่อนเอ็น พวกมันแทรกผ่านจีบเนื้อที่กำลังขมิบสั่นและค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปในตัวนางตามแรงดันทีละเล็กละน้อยอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกคล้ายกำลังโดนชำแรกด้วยมีดสองเล่มทำให้น้ำตานางร่วงเผาะ
ความคับแน่นอันน่าอึดอัดทำให้ลมหายใจของนางปั่นป่วน มิอาจถอนสายตาจากดอกไม้ซึ่งถูกบังคับให้แย้มบานของตน ร่างของนางสะท้านยามเห็นโลหิตแดงหยดไหลออกจากท้องร่องของตัวเอง
“ละเลือด!” นางอุทานด้วยเสียงของคนใกล้จะเป็นลม ตัวนางเกร็งทื่อด้วยความกลัวและตระหนก รูสวาทบีบรัดแน่นจนเขาหยุดนิ่ง
“แค่เลือดจากเยื่อพรหมจรรย์เท่านั้น ผ่อนคลายหน่อย เจ้าสาวตัวน้อย ถ้ายังบีบแน่นเช่นนี้ข้าไม่รับประกันนะว่าจะไม่ทำอย่างอื่นฉีกขาด”
น้ำเสียงไหลระรื่นออกคำสั่งที่นางมิสามารถทำตาม ในสถานการณ์เช่นนี้นางจะผ่อนคลายได้เยี่ยงไร เดิมทีการมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับนางอยู่ก่อนแล้ว การมีคู่เป็นมังกรยิ่งทำให้เรื่องนั้นยากยิ่งไปอีก สรีระที่แตกต่างทำให้รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งการพูดถึงการฉีกขาดยังทำให้นางผวาหนักกว่าเดิม
เสียงถอนหายใจของเขาทำให้นางกลั้นใจ คิดว่าเขาจะฝืนดันมันเข้ามาเพื่อบดขยี้เครื่องเพศของนางให้ยับเยินแบบเดียวกับที่แม่โดนพ่อของนางกระทำ หากสิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาโน้มตัวลงมาจูบนาง
จุมพิตครั้งนี้ต่างออกไป นางตระหนัก ไม่ได้โหมกระหน่ำดุจพายุฟ้าคะนอง หากมาอย่างเนิบช้าดั่งสายธารเอื่อย ความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำนางตั้งตัวไม่ติดเผลอนอนนิ่งไม่กระดิกกระเดี้ยเหมือนท่อนไม้ไร้ชีวิต
ลิ้นหยาบไล้เลียสลับกับขบเม้มริมฝีปากของนางในเชิงหยอกเย้า นางเผยอปากรับรสจูบอันแสนหวานล้ำหลังตั้งสติได้ ลิ้นของเราพันเกี่ยวจนแยกกันไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร
เขาผละออกให้หายใจเมื่อสัมผัสว่านางใกล้จะหมดลมอีกครั้งและเริ่มไล้ริมฝีปากเย็นตามกรอบโครงหน้าไล่ไปยังซอกคอก่อนหยุดขบเม้มในตำแหน่งชีพจรของนาง ในเวลาเดียวกัน มือของเขาได้ขยับจากตำแหน่งต้นขามาบีบนวดตามแนวสีข้างและสัมผัสหน้าอกของนาง เนื้อนุ่มฟูถูกขยำสลับกับการขยี้ยอดปลายไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน
นางค่อย ๆ จมดิ่งในความวาบหวามที่เขาสร้างขึ้น อาการเกร็งผ่อนลงอย่างช้า ๆ ลึก ๆ นางรู้ตัวว่าเขาทำเพื่อล่อหลอกความสนใจ แต่อารมณ์พัดพาทำให้นางรู้สึกดีเกินจะใส่ใจ โดยเฉพาะยามเขาใช้ริมฝีปากเปียกชื้นครอบทับหัวนมที่ตั้งชูชันของนางและทำให้ความเสียวซ่านของนางระเบิดออก
“อ๊า~”
นางแหงนหน้าส่งเสียงครางหวานลากยาวแอ่นอกให้เขาขบเม้มจนพอใจ เขาดูดนมจากเต้าประหนึ่งทารกหิวโหยสร้างความเจ็บที่รู้สึกดีให้กับนาง ความสุขสมจากการปรนเปรออย่างไม่หยุดพักทำให้กายนางร้อนรุ่มด้วยไฟราคะและร่างของนางตอบสนองด้วยการแยกขาอ้ารอโดยไม่รู้ตัว
จังหวะนี้เองที่เขากระทำสิ่งที่วางแผนเอาไว้ สองมือขยับจับเอวนางไว้มั่นแล้วกระแทกอวัยวะที่เสียบคาทั้งสองเข้ามาทีเดียวจนสุดลำ เสียงเนื้อหนั่นกระทบกันเพี๊ยะใหญ่ แข้งขานางอ้าชี้ขึ้นฟ้าขณะความเสียดเสียวและความเจ็บปวดทำให้ริมฝีปากนางอ้ากว้างโดยไร้เสียงกรีดร้อง
นางจุกจนร้องไม่ออก
“เจ้าดูสิ น่าอัศจรรย์ใช่หรือไม่” มิซึจิผู้มากด้วยเล่ห์กลเอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ่มหลง นางก้มมองในสิ่งที่เขาพูดถึง และเห็นหน้าท้องของตัวเองปูดนูนเป็นรูปทรงเดียวกับส่วนกลางกายของมังกรซึ่งฝังแน่นอยู่ในตัวนาง
นางอายเสียจนนึกอยากให้ธรณีสูบ ริมฝีปากพะงาบไปมาพูดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูก
เสียงของนางหลุดออกมาในที่สุด ดวงดาราพร่างพรายอยู่หลังเปลือกตาของนางยามเขาใช้มือกดท้องนางเบา ๆ ทำให้เดือยของแก่นกายท่อนบนแตะโดนจุดกระสันที่นางเพิ่งรู้ว่ามีอยู่ ตัวนางแอ่นโค้งจากแรงกดเพียงเล็กน้อยนั้น เขามองปฏิกิริยานางด้วยสายตาเป็นประกายพราวระยับ
“โอ้ หน้าอัปลักษณ์ของเจ้าเริ่มดูดีขึ้นมาแล้วนี่ ตรงนี้อย่างนั้นหรือ”
เขากดมันอีกครั้งพร้อมการเด้าเอวขึ้นเล็กน้อย เสียงครางเครือของนางดังบาดหูไม่น่าฟัง ทั้งยังหลั่งน้ำมากขึ้นจนเปียกแฉะไปหมด เขาหัวเราะอย่างชอบใจและเริ่มขยับตัวอย่างต่อเนื่องเฉกเช่นเดียวกับเกลียวคลื่นทะเลที่ซัดสาดหาดทรายมิรู้จบ
เสียงหยาบโลนอันน่าละอายที่นางเคยได้ยินทุกวันสมัยอยู่ซ่องดังก้องไปทั่ว ครั้งนี้ที่มาคือตัวนางเอง ร่างของนางบิดเร่า ความเป็นชายของมังกรขยายใหญ่กว่าเดิมสร้างความเบียดเสียดคับแน่นน่าอึดอัด แต่ความเจ็บปวดถูกกลบทับด้วยความหวามไหวที่ปะทุขึ้นจากการที่เขากดกระแทกจุดเสียวของนางซ้ำ ๆ
นางถอนสายตาออกจากรอยนูนที่ท้องซึ่งเคลื่อนตามจังหวะบรรเลงของเขาไม่ได้ บทเพลงช้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากเนิบนาบเป็นรัวเร็ว แรงส่งแต่ละครั้งตอกหนักขึ้นเรื่อย ๆ และคงทำให้ร่างของนางเสือกไถลไปไกลหากไม่มีมือที่จับยึดเอวไว้แน่น
นางคิดว่ามันต้องช้ำเป็นรอยมือแน่ ๆ
ทว่า นางไม่สนใจ ไม่ใช่ในขณะที่ไฟตัณหาร้อนแรงพวยพุ่ง ความเสียดเสียวเพิ่มต่อเนื่องและไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วและเมื่อถึงจุดหนึ่งนางก็ทนมันไม่ไหวอีกต่อไป
มันเป็นการกระทำตามสัญชาตญาณ นางใช้แขนโอบคอฉุดตัวเขาให้โน้มตัวลงมา สองขาขยับกอดรัดรอบเอวของเขาพร้อมกับยกสะโพกตัวเองรับการสอดใส่หวังไล่ตามการปลดปล่อย แต่มันยังจุดประกายได้ไม่มากพอ
“ทะท่านมิซึจิ”
นางร้องเรียกยื่นหน้าไปจูบเขาสะเปะสะปะ ชายที่นางฝากชีวิตเอาไว้ในกำมือเข้าใจสิ่งที่นางวอนขอ เขาถอยสุดช่วงความยาวจนส่วนเชื่อมต่อเกือบหลุดออกจากกันและกระแทกพรวดกลับเข้ามาด้วยพละกำลังดุจหมีใหญ่
นางหวีดร้องลั่นเมื่อเนื้อหนั่นกับเนื้อ ความแข็งขืนแตะถูกจุดเสียวกระสันอีกครั้งทำให้เกิดการเสร็จสมรุนแรงจนกายสั่นกระตุก หัวสมองนางขาวโพลน ความสุขสมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“ทีนี้ถึงตาเจ้าทำหน้าที่บ้างแล้ว เจ้าสาวข้า”
เขาย้ำเตือนนางที่สติล่องลอย นางผวาเฮือกเมื่อสองมือของเขาจับซ้อนสะโพกนางขึ้นอย่างกะทันหัน นางถูกยกจนตัวลอยแขนขาอ่อนแรงตะกายเกาะอย่างกลัวตกด้วยท่าทางประหนึ่งลูกลิงเกาะแม่ของมัน
มิซึจิเริ่มซอยเอวไล่ตามจุดหมายของตัวเองในทันที นางรู้สึกได้อย่างชัดเจน ท่อนเอ็นที่ขยายใหญ่จนแทบจะทำให้เนื้อนางปริแตกกำลังเต้นตุบ ๆ อยู่ข้างใน ทุกการสอดใส่องคชาตคู่ก่อเกิดเสียงเฉอะแฉะ มันเสียดสีกับช่องทางไถครูดไปกับผนังด้านในตัวของนางซึ่งอ่อนไหวและไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษจากการเสร็จสมไปหมาด ๆ
นางสะอื้นฮักซบใบหน้ากับบ่ากว้าง เต้านมทั้งสองของนางถูไถขึ้น-ลงกับแผ่นอกแกร่ง มันบดเบียดแนบชิดทุกครั้งที่ร่างของนางโนบังคับให้โยกขย่มรับจังหวะสอดเข้าสอดออก ช่องสวาทของนางแสบร้อนจากการเสียดสี เล็บโค้งมนจิกข่วนทั่วแผ่นหลังเพื่อระบายความเจ็บเสียวที่ยากจะทานทน ในท่าทางเช่นนี้ตัวตนของเขาแทรกลึกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
มังกรรูปงามหายใจกระเส่าอยู่ข้างหูขณะเขาใช้นางเป็นเครื่องปรนเปรอตัวเอง เสียงนั้นดังถี่ขึ้นเช่นเดียวกับเสียงครางของนาง แล้วนางก็รู้สึกถึงมันอีกครั้ง อาการของท้องน้อยที่เริ่มบิดมวน เครื่องเพศนางขมิบตอดรัดราวกำลังดูดกลืนเขาไว้ด้วยความหวงแหนเรียกเสียงคำรามในลำคอจากมิซึจิ นางได้ยินด้วยหูและสัมผัสได้ด้วยแรงสั่นสะเทือนจากช่วงอกแนบชิด
จังหวะของเขาไม่คงที่เช่นเดิมหากยังคงบดขยี้ดอกไม้ของนางต่อทั้ง ๆ แบบนั้นจนความรู้สึกของนางระเบิดออกเฉกเช่นเดียวกับพลุไฟในงานเทศกาลซึ่งแตกเส้นแสงซ่านกระจาย นิ้วมือนิ้วเท้าเกร็งจิกขณะถึงจุดสุดยอดเป็นครั้งที่สอง
ห่างจากนั้นในระยะเวลาหนึ่งการกะพริบตา มิซึจิส่งเสียงคำรามดังลั่น ปลายเดือยทั้งสองกดฝังในตัวนางแน่นขณะองคชาตคู่ร่วมกันฉีดของเหลวอุ่นร้อนเข้ามาในร่าง น้ำเชื้อซึ่งทะลักทลายเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นสิ่งสุดท้ายที่รับรู้ก่อนสติจะดับวูบพร้อมกับพิธีวิวาห์ซึ่งเสร็จสิ้นสมบูรณ์
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เชิงอรรถ
- คันซาชิ ( 簪) คือเครื่องประดับผมที่ใช้ในทรงผมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
- ชุดชิโระมุคุ (白無垢) เป็นชุดที่เจ้าสาวที่เริ่มสวมใส่ในพิธีแต่งงานตั้งแต่สมัยเฮอัน (ประมาณ 1,200 ปีก่อน)
- คาเคะชิตะ (掛下) หมายถึง ชุดด้านใน
- โอบิ(帯)ทำหน้าที่คล้ายเข็มขัดรัดให้ชุดกิโมโนแน่น
- อุจิคาเคะ (打掛) หมายถึงตัวชุดด้านนอก อุจิคาเคะของชุดชิโระมุคุ หากดูไกลๆ จะเหมือนเป็นชุดสีขาวเรียบๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วจะมีลวดลายที่สวยงามและมีความบรรจง เช่น ลายนกกระเรียน ลายดอกบ๊วย เป็นต้น
- รองเท้าโซริ (草履) คือรองเท้าที่ใช้ใส่คู่กับชุดกิโมโน ด้านล่างของพื้นรองเท้าแบนราบโดยส่วนส้นจะยกสูงขึ้นเล็กน้อย ว่ากันว่ายิ่งส่วนหลังยิ่งสูงยิ่งดูเป็นทางการมากขึ้น
